ระบบทำเงินในเกม Yakuza 0: เปลี่ยนกำปั้นให้เป็นกองเงินแบบยุคฟองสบู่

Browse By

ระบบทำเงินในเกม Yakuza 0 คือเหตุผลที่ทำให้หลายคนเริ่มต้นด้วย “ขอลองเล่นแป๊บเดียว” แล้วจบลงด้วย “เฮ้ย ตีสามแล้วเหรอ” เพราะเกมยุคฟองสบู่มันไม่ให้คุณหาเงินแบบพอประมาณ—มันให้คุณรวยแบบเงินปลิวว่อนจนอยากใช้พัดลมดูดกลับเข้ากระเป๋า และถ้าคุณอยากเล่นให้สนุกขึ้นแบบเห็นผลจริง ระบบทำเงินในเกม Yakuza 0 คือทางลัดที่ทำให้ปลดสกิลได้ไว ต่อยได้หนักขึ้น และมีอิสระจะลองทุกมินิเกมโดยไม่ต้องกังวลว่ากระเป๋าแฟบ (ระหว่างอ่าน ถ้าอยากแวะกดสำรวจอะไรเพลิน ๆ ก็แวะที่ สมัคร UFABET ได้แบบเนียน ๆ ตามจังหวะพักมือ)


ทำไม “การรวย” ถึงสำคัญใน Yakuza 0 มากกว่าภาคอื่น ๆ

ในหลายเกมแอ็กชัน เงินเป็นแค่ตัวเลขไว้ซื้อยา ซื้ออาวุธ แล้วก็จบ แต่ Yakuza 0 ทำให้เงินกลายเป็น “ระบบหลัก” ของการเติบโต เพราะการอัปเกรดสกิลส่วนใหญ่ผูกกับเงินโดยตรง

สิ่งนี้สร้างวงจรที่โคตรจะฟองสบู่:

  • ยิ่งคุณรวย → ยิ่งปลดสกิลได้เยอะ
  • ยิ่งสกิลเยอะ → สู้เก่งขึ้น → หาเงินง่ายขึ้น
  • ยิ่งหาเงินง่ายขึ้น → ยิ่งกล้าลองอะไรเพี้ยน ๆ ในเมือง
  • และสุดท้าย…คุณกลายเป็นคนที่จำชื่อโฮสต์สาว ๆ ได้แม่นกว่าจำรหัส ATM ตัวเอง

สรุปง่าย ๆ: ถ้าคุณอยาก “เล่นสนุกขึ้น” ไม่ใช่แค่ “เล่นผ่าน” ให้โฟกัสระบบทำเงินตั้งแต่กลางเกมเป็นต้นไป แล้วชีวิตคุณใน Kamurocho / Sotenbori จะเปลี่ยนทันที


ภาพรวมธุรกิจ 2 ระบบ: คิริวสายอสังหา / มาจิมะสายคาบาเรต์

Yakuza 0 แบ่งธุรกิจเป็นสองแกนใหญ่ ซึ่งแต่ละแกนมีเสน่ห์คนละแบบ และให้เงินระดับ “เงินท่วมจอ”

Real Estate Royale (คิริว)

แนวคิด: ซื้อ/พัฒนาอสังหา เก็บรายได้ แข่งกับ 5 มหาเศรษฐีพื้นที่
ฟีลลิ่ง: เกมเศรษฐีผสมงานบริหาร + มีบอสต่อยจริง

Cabaret Club Czar (มาจิมะ)

แนวคิด: บริหารคลับ เลือกโฮสต์ให้ลูกค้า อัปเกรดทีม สู้ศึกคลับคู่แข่ง
ฟีลลิ่ง: ผู้จัดการร้านที่ต้องอ่านใจลูกค้าเหมือนเล่นโป๊กเกอร์ แต่เครื่องมือคือ “รอยยิ้ม”

สองระบบนี้ไม่ใช่แค่มินิเกมเสริม เพราะมันคือ “เครื่องปั๊มเงิน” ที่ทำให้คุณปลดสกิลลับ/สไตล์ขั้นสูงได้ง่ายขึ้น (หลายคนยอมรับว่าเล่นไปเล่นมา…ติดธุรกิจมากกว่าเนื้อเรื่องหลักซะงั้น)


เริ่มจากมุมคิดก่อน: หาเงินแบบไหน “คุ้มที่สุด” สำหรับมือใหม่

ก่อนจะพุ่งไปทำธุรกิจแบบเต็มสูบ ลองตั้งหลักด้วย 3 คำถามนี้

คุณอยากรวยเพื่ออะไร?

  • เพื่อปลดสกิลให้ไว (เน้นปั๊มเงินเร็ว)
  • เพื่อเล่นมินิเกม/สะสมของ (เน้นรายได้เรื่อย ๆ)
  • เพื่อทำ 100% (เน้นวางแผนยาว)

คุณเล่นสไตล์ไหน?

  • สายเนื้อเรื่อง: ทำธุรกิจพอเป็นทุน
  • สายฟรีโรมนาน ๆ: ทำธุรกิจจริงจัง จะสนุกกว่า

คุณชอบระบบไหนมากกว่า?

  • ชอบวางแผนลงทุน: Real Estate
  • ชอบจัดทีมและอ่านใจ: Cabaret

ข่าวดีคือ…ไม่ว่าคุณจะชอบแบบไหน สุดท้าย “มันคุ้มหมด” เพราะเงินที่ได้มันเยอะจนคำว่า “คุ้ม” ดูเล็กไปถนัดตา


Real Estate Royale: วิธีทำให้คิริวกลายเป็นราชาอสังหา

Real Estate Royale จะเริ่มสนุกจริงเมื่อคุณเข้าใจว่า “ไม่ต้องซื้อทุกอย่าง” แต่ต้องซื้อให้ถูกจังหวะ

โครงสร้างระบบแบบเข้าใจง่าย

  • เมืองแบ่งเป็นโซน และแต่ละโซนมีสินทรัพย์หลายชิ้น
  • คุณซื้อ/อัปเกรด/เก็บรายได้จากสินทรัพย์
  • มี “คู่แข่ง” ในแต่ละโซน (เหมือนบอสธุรกิจ)
  • พอรายได้สะสมถึงระดับหนึ่ง คุณจะได้เปิดศึกกับเจ้าถิ่น
  • ชนะแล้วได้ส่วนแบ่ง/สิทธิ์เพิ่ม → รายได้พุ่ง

หลักคิดสำคัญ: เงินไหลเป็นรอบ ไม่ใช่ไหลตลอดเวลา

เกมจะให้คุณ “เก็บรายได้เป็นรอบ” นั่นแปลว่า:

  • คุณไม่จำเป็นต้องนั่งเฝ้า
  • แต่คุณควรใช้เวลาระหว่างรอบไปทำอย่างอื่น เช่น เนื้อเรื่อง/ซับสตอรี่/ตีคนตามถนน (คิริวเรียกว่าสปอร์ต)

ลำดับการลงทุนที่มือใหม่ควรทำ (ไม่ต้องฉลาด แค่ไม่เผลอ)

หลายคนพลาดเพราะเห็นของน่าซื้อแล้ว “กดซื้อก่อนคิด” เหมือนเห็นโปรโมชันบุฟเฟต์ แล้วลืมว่าตัวเองแพ้กุ้ง

แนวทางที่ปลอดภัย:

ลงทุนให้รายได้โต ก่อนลงความสวยงาม

  • ซื้อทรัพย์สินที่เพิ่มรายได้ชัดเจนก่อน
  • อัปเกรดที่ทำให้รายได้ “ต่อรอบ” เพิ่มก่อน
  • ของตกแต่ง/ฟีเจอร์จุกจิก ค่อยตามมา

โฟกัสทีละโซน

อย่ากระจายเงินซื้อทั่วเมืองจนทุกอย่างอัปเกรดได้ “นิดเดียว”
ให้เลือกโซนที่คุณกำลังไต่แข่ง แล้วอัดให้สุด จะเห็นผลเร็วกว่า

ระวัง “จุดเงินจม”

บางทรัพย์สินอัปเกรดได้หลายขั้น แต่ผลตอบแทนเพิ่มน้อย
อย่าเพิ่งอัปทุกอย่างถึงสุดในทันที ให้ดูว่าอัปแล้วรายได้เพิ่มคุ้มกับเงินหรือไม่


ผู้จัดการและทีมงาน: ของดีที่หลายคนมองข้าม

Real Estate ไม่ใช่แค่ซื้อทรัพย์สิน มันมีการจัดทีมผู้จัดการ/พนักงานเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพ และช่วยในช่วง “ศึกชิงโซน”

วิธีคิดเลือกคน (แบบไม่ต้องจำตัวเลขเยอะ)

  • ถ้าเกมบอกว่าคนนี้เหมาะกับทรัพย์สินแบบหนึ่ง → ให้ลองใส่
  • ถ้าคนนี้มีค่าสถานะสูงในด้านบริหาร/บริการ/ความสามารถพิเศษ → ให้เป็นตัวหลัก
  • ถ้าคุณไม่แน่ใจ → ใช้ตัวที่สมดุลก่อน แล้วค่อยสลับเมื่อเริ่มชนะง่ายขึ้น

พูดให้เห็นภาพ: มันเหมือนคุณจัดทีมฟุตบอล
ไม่ใช่เอากองหน้าลง 11 คนแล้วหวังว่า “ยิงให้เยอะพอ” เพราะสุดท้ายคุณจะโดนสวนเละ


ศึกกับเจ้าถิ่น: ต่อยมวยในห้องประชุม (แบบสุภาพชน…มั้ง)

ช่วงที่คุณท้าชนเจ้าถิ่นของแต่ละโซน เกมจะพาไปสู่จุดพีคที่ยากจะอธิบายให้คนไม่เล่นเข้าใจ:
มันคือการต่อสู้ที่เกิดจากความขัดแย้งทางธุรกิจ…แล้วจบด้วยการต่อยกันตามสไตล์ Yakuza

ทริคก่อนเข้าศึก

  • เก็บเงินสดไว้พออัปเกรดก่อนสู้
  • พกไอเทมฮีล (อย่าห้าว)
  • เลือกสไตล์ต่อสู้ที่ถนัด และอย่าลืมใช้สภาพแวดล้อม

ยิ่งคุณทำธุรกิจแข็ง รายได้เยอะ การเตรียมพร้อมก็ง่ายขึ้น เพราะเงินแก้ปัญหาได้แทบทุกอย่าง (ยกเว้นดราม่าในชีวิตตัวละคร…อันนั้นต้องใช้หัวใจ)


Cabaret Club Czar: ระบบหาเงินที่ทำให้ “มาจิมะเป็นผู้จัดการแห่งชาติ”

Cabaret Club Czar เป็นระบบที่หลายคนรัก เพราะมันไม่ใช่แค่บริหารตัวเลข
มันคือเกมอ่านใจคน + จัดทรัพยากร + แก้ปัญหาเฉพาะหน้าแบบเรียลไทม์

ภาพรวมวงจรการทำเงิน

  • เปิดรอบรับลูกค้า
  • เลือกโฮสต์ให้เหมาะกับลูกค้า
  • ระหว่างรอบจะมีเหตุการณ์ให้ตัดสินใจ (เช่น ลูกค้าเรื่องมาก / โฮสต์เหนื่อย / ขอของพิเศษ)
  • จบรอบได้เงิน + ค่าประสบการณ์โฮสต์
  • เอาเงินไปอัปเกรดคลับ/โฮสต์/ทีม

ฟังดูเหมือนงานบริการทั่วไป แต่พอเล่นจริงคุณจะพบว่า “ความเครียดมันสนุก” เพราะมันเหมือนคุณกำลังเล่นเกมบริหารที่สปีดสูง และทุกการตัดสินใจมีผลทันที


อ่านประเภทลูกค้าให้ขาด: หัวใจของการชนะรอบใหญ่

ลูกค้าใน Cabaret จะมีความชอบต่างกัน เช่น

  • ชอบความสวย/เสน่ห์
  • ชอบความน่ารัก
  • ชอบความเซ็กซี่
  • ชอบความหรูหรา/มีคลาส

โฮสต์แต่ละคนก็มีค่าสถานะเด่นต่างกัน

ทริคจำง่าย

  • ถ้าลูกค้ามาแนวคุณหนูหรู ๆ → ส่งโฮสต์สายคลาส
  • ถ้าลูกค้ามาแนวสายปาร์ตี้ → ส่งโฮสต์สายเอ็นเตอร์เทน
  • ถ้าลูกค้าดู “จริงจัง/เลือกเยอะ” → ส่งตัวที่ค่าสถานะสูงสุดไว้ก่อน

ยิ่งคุณจับคู่ถูก เงินทิปจะพุ่ง และคุณจะรู้สึกเหมือนเพิ่งค้นพบวิชาอ่านใจมนุษย์ (ใช้ได้ในเกมนะ ชีวิตจริงอย่ามั่นเกิน เดี๋ยวพัง)


การอัปเกรดคลับ: ลงทุนอะไรก่อนถึงจะเห็นเงินโต

มือใหม่มักเผลอเอาเงินไปอัปสิ่งที่ “ดูดี” มากกว่าสิ่งที่ “ทำเงินจริง”
แนวทางที่ปลอดภัยคือ:

อัปโฮสต์ตัวหลักก่อน

  • เลือก 2–4 คนเป็นแกนหลัก
  • อัปสกิล/ค่าสถานะให้เขาเด่นจนลากทีมได้
  • พอฐานแน่นแล้ว ค่อยกระจายไปคนอื่น

อัปสิ่งที่เพิ่มรายได้ต่อรอบ

  • รายได้ต่อรอบคือหัวใจ
  • ของที่เพิ่มจำนวนลูกค้า/ความพึงพอใจมักคุ้ม

เก็บเงินไว้สำหรับ “ศึกคลับ”

ศึกกับคลับคู่แข่งจะเหมือนบอสไฟต์ของระบบนี้
ถ้าคุณทุ่มเงินหมดก่อนถึงจังหวะสำคัญ คุณจะรู้สึกเหมือนไปสอบปลายภาคแต่ลืมเอาดินสอ


เหตุการณ์กลางรอบ: ตอบสนองเร็ว = เงินพุ่ง

ระหว่างรอบจะมีอีเวนต์ เช่น

  • ลูกค้าขอเปลี่ยนโฮสต์
  • ลูกค้าบ่นบริการ
  • โฮสต์ล้า
  • ขอของพิเศษ

หลักการเลือกตอบแบบไม่ต้องคิดเยอะ

  • ถ้าทำให้ลูกค้าพอใจขึ้น → เลือก
  • ถ้าทำให้โฮสต์กลับมาฟิต → เลือก
  • ถ้าตัวเลือกไหนดูเสี่ยงทำให้ความพึงพอใจตก → เลี่ยง

จำไว้ว่า “ความพึงพอใจ” คือเครื่องผลิตทิป
และทิปคือสิ่งที่ทำให้คุณรวยเร็วแบบผิดศีลธรรม (ในเกมนะ ในเกม)


ตารางสรุปเปรียบเทียบ: Real Estate vs Cabaret เล่นแบบไหนเหมาะกับคุณ

หัวข้อReal Estate Royale (คิริว)Cabaret Club Czar (มาจิมะ)
สไตล์การเล่นวางแผนลงทุน เก็บรายได้เป็นรอบจัดทีม-อ่านใจ-ตัดสินใจเร็ว
ความเร็วทำเงินช่วงแรกปานกลาง → เร็วมากเมื่อระบบลงตัวเร็วพอสมควร และพุ่งเมื่อมีโฮสต์ตัวหลัก
ความสนุกเชิง “เกมเพลย์”ชิล ๆ แต่มีบอสไฟต์ตื่นเต้นเหมือนบริหารร้านวันโปร
สิ่งที่มือใหม่พลาดกระจายเงินซื้อทั่วเมืองอัปทุกคนเท่า ๆ กันจนไม่มีตัวแบก
เหมาะกับคนแบบไหนชอบวางแผนระยะยาวชอบจัดทีมและแก้ปัญหาเฉพาะหน้า
ผลลัพธ์สุดท้ายเงินท่วม + ปลดสกิลสบายเงินท่วม + รู้สึกเป็นผู้จัดการมือทอง

เชื่อม “ธุรกิจ” กับ “การต่อสู้”: ทำไมพอรวยแล้วเกมมันส์ขึ้นเป็นทวีคูณ

นี่คือจุดที่หลายคนเพิ่งตระหนักตอนเล่นไปสักพัก:
ธุรกิจไม่ได้แยกจากระบบต่อสู้ แต่มันคือ “เครื่องยนต์อัปเกรด” ที่ทำให้การต่อสู้สนุกขึ้น

เมื่อคุณมีเงินมากขึ้น คุณจะ:

  • ปลดสกิลหลบ/กัน/คอมโบได้ครบ
  • ปลดท่าพิเศษและ Heat Actions เพิ่ม
  • พกไอเทมฮีลแบบไม่ต้องเสียดาย
  • กล้าลองสไตล์ใหม่ ๆ เพราะไม่กลัวเสียเวลา

พูดแบบตรง: บอสที่เคยตีแล้วน้ำตาซึม จะกลายเป็นบอสที่คุณซัดพร้อมหัวเราะเบา ๆ (หัวเราะในใจนะ อย่าหัวเราะดัง เดี๋ยวเขาได้ยินแล้วโกรธ)


แผนทำเงินแบบ “เล่นจริงจังแต่ไม่บ้า” สำหรับมือใหม่

ถ้าคุณไม่อยากปวดหัว ลองใช้แผนนี้เป็นแนวทาง

ช่วงปลดระบบใหม่ ๆ

  • ทำเควสต์/ซับสตอรี่ไปเรื่อย ๆ
  • ลองธุรกิจเพื่อเข้าใจระบบ
  • อย่าเพิ่งทุ่มเงินทั้งหมด

ช่วงกลางเกม (จังหวะทอง)

  • เลือกระบบธุรกิจที่คุณชอบเป็นหลัก
  • โฟกัสอัปแกนหลักให้สุด
  • เก็บเงินเป็นก้อนเพื่อปลดสกิลสำคัญ

ช่วงปลายเกม

  • ทำอีกระบบเพื่อโกยเงินเพิ่ม (ถ้าคุณอยาก)
  • ไล่ปลดสกิลเต็ม
  • กลับไปเก็บเนื้อหาที่ค้าง เพื่อความฟินแบบครบวงจร

ระหว่างทางถ้าคุณพักจากการอ่านค่าเงิน/จัดโฮสต์ แล้วอยากสลับอารมณ์ไปดูอะไรสนุก ๆ ก็แวะ ยูฟ่าเบท ได้ตามสบาย—แล้วค่อยกลับมารวยใน Sotenbori ต่อแบบไม่สะดุด


ทริคลับที่คนชอบพลาด: “รวยไว” ไม่ใช่แค่ “ได้เงินเยอะ”

คำว่า “รวย” ใน Yakuza 0 มีสองมิติ

เงินต่อรอบ (กระแสเงินสด)

สำคัญเพราะคุณจะมีเงินหมุนสำหรับอัปเกรดต่อเนื่อง ไม่สะดุด

เงินก้อน (ทุน)

สำคัญเพราะสกิลบางอย่างกินเงินหนัก และการอัปโครงสร้างธุรกิจก็ต้องใช้ก้อนใหญ่

มือใหม่ที่ฉลาดคือคนที่บาลานซ์สองอย่างนี้:

  • ทำให้เงินต่อรอบโตขึ้น
  • เก็บเงินก้อนไว้สำหรับอัปครั้งใหญ่

อย่าทำให้ตัวเองอยู่ในสภาพ “เงินไหล แต่ไม่มีเงินก้อน” เพราะมันเหมือนคุณได้เงินเดือนทุกเดือน แต่ไม่มีเงินดาวน์บ้าน (และในเกมนี้ บ้านคือสกิลโหด ๆ นั่นแหละ)


สายเนื้อเรื่อง vs สายฟาร์ม: ควรทุ่มกับธุรกิจแค่ไหน

ถ้าคุณเป็นสายเนื้อเรื่องและกลัวว่าไปทำธุรกิจแล้ว “จะหลุดโทน” ไม่ต้องห่วง
เกมออกแบบมาให้คุณสลับได้เนียนมาก

ถ้าคุณอยากเดินเรื่องเป็นหลัก

  • ทำธุรกิจพอให้มีเงินปลดสกิลพื้นฐาน
  • พอใกล้เจอบอสค่อยกลับมาปั๊มเงินเพิ่ม
  • ไม่จำเป็นต้องชนะทุกโซน/ทุกคลับในรอบแรก

ถ้าคุณเป็นสายฟาร์มและชอบเห็นตัวเลขโต

  • ทำธุรกิจจนรายได้พุ่ง
  • ปลดสกิลให้สุด
  • แล้วค่อยกลับไปเดินเรื่องแบบ “พระเอกสายทุนหนา”

ทั้งสองแบบสนุกคนละอารมณ์ ไม่มีผิดไม่มีถูก มีแต่ “คุณอยากอินแบบไหน”


ข้อควรระวังแบบเพื่อนเตือนเพื่อน: อย่ารวยจนลืมสนุก

นี่เป็นกับดักที่แปลกมากของ Yakuza 0:
ระบบธุรกิจสนุกจนคุณอาจเผลอ “ลืมว่าเกมมีเนื้อเรื่องหลัก”

สัญญาณว่าคุณเริ่มติดธุรกิจเกินไป:

  • คุณจำเวลารอบเก็บเงินได้แม่นกว่าจำวันเกิดเพื่อน
  • คุณเริ่มพูดคำว่า “ROI” กับตัวเองตอนสั่งข้าวมันไก่
  • คุณมองคนถือป้ายโฆษณาแล้วคิดว่า “นี่สินทรัพย์ไหม”

ถ้าเริ่มเป็นแบบนี้…ไม่ต้องรักษา เพราะมันเป็นอาการปกติของคนเล่น Yakuza 0 (แค่พักบ้าง เดินเรื่องบ้าง จะได้เห็นดราม่าเข้ม ๆ สลับกับความรวย)


FAQ: คำถามยอดฮิตเกี่ยวกับระบบทำเงินใน Yakuza 0

ระบบทำเงินในเกม Yakuza 0 เริ่มเมื่อไหร่?

โดยทั่วไปจะปลดล็อกเมื่อคุณเล่นเนื้อเรื่องไปถึงจุดที่เกมเปิดระบบเฉพาะของแต่ละตัวละคร จากนั้นคุณจะเข้าโหมดบริหารได้อย่างจริงจัง

มือใหม่ควรเริ่มที่ Real Estate หรือ Cabaret ก่อน?

เลือกตามตัวละครที่คุณกำลังเล่นในช่วงนั้น และตามสไตล์ที่ชอบ ถ้าชอบชิล ๆ วางแผนไปเรื่อย ๆ เลือก Real Estate ถ้าชอบตัดสินใจไวและจัดทีม เลือก Cabaret

ต้องทำธุรกิจถึงจะเล่นจบไหม?

ไม่จำเป็น แต่การทำธุรกิจจะทำให้เกมง่ายขึ้นและสนุกขึ้น เพราะคุณมีเงินปลดสกิลและพกไอเทมได้เต็มที่

ทำไมอัปเกรดแล้วเงินยังไม่พุ่ง?

มีโอกาสที่คุณกระจายการลงทุนมากเกินไป หรืออัปสิ่งที่ไม่เพิ่มรายได้หลัก แนะนำให้โฟกัส “แกนหลัก” ก่อน เช่น โฮสต์ตัวหลักใน Cabaret หรือทรัพย์สินโซนที่กำลังแข่งใน Real Estate

ควรเก็บเงินไว้เท่าไหร่ก่อนอัปสกิล?

ให้มีเงินสำรองพอซื้อไอเทมฮีลและอัปเกรดสำคัญ 1–2 ชุดเสมอ อย่าลงหมดหน้าตัก เพราะบอสและศึกธุรกิจบางช่วงต้องใช้เงินก้อน

ถ้าอยากรวยสุด ๆ ต้องทำทั้งสองระบบไหม?

ถ้าตั้งใจโกยเงินให้สุด ทำทั้งสองระบบจะช่วยมาก แต่ถ้าคุณเล่นเพื่อความสนุก ทำระบบเดียวให้สุดก็เพียงพอที่จะทำให้เงินเหลือและปลดสกิลได้สบายแล้ว

ธุรกิจเกี่ยวอะไรกับสไตล์ต่อสู้ลับ/สกิลพิเศษ?

โดยภาพรวม เงินจากธุรกิจช่วยให้คุณปลดสกิลได้เร็วขึ้นมาก และทำให้การเติบโตของตัวละครลื่นไหลกว่าการหาเงินจากการต่อยตามถนนอย่างเดียว


ปิดท้ายแบบใช้งานได้จริง: เช็กลิสต์ “รวยไว” ใน 10 นาที

  • เลือกระบบธุรกิจที่คุณชอบเป็นหลักก่อน (อย่าทำมั่วสองอย่างพร้อมกันตั้งแต่ต้น)
  • โฟกัสอัปเกรดสิ่งที่เพิ่ม “รายได้ต่อรอบ”
  • เลือกตัวแบก 2–4 คน (โฮสต์/ทีมหลัก) แล้วอัปให้สุดก่อน
  • เก็บเงินก้อนไว้สำหรับศึกใหญ่ ไม่ใช้อัปจุกจิกหมด
  • สลับไปทำเนื้อเรื่อง/ซับสตอรี่ ระหว่างรอบเก็บเงิน
  • พกไอเทมฮีลเสมอ เพราะต่อให้รวยแค่ไหน…โดนต่อยก็เจ็บเหมือนเดิม

รวยให้เป็น แล้วคุณจะรัก Yakuza 0 มากขึ้น

สุดท้ายแล้ว ระบบทำเงินในเกม Yakuza 0 ไม่ได้เป็นแค่ทางลัดให้เก่งไว แต่มันคือ “รสชาติ” ของยุคฟองสบู่ที่เกมอยากให้คุณสัมผัส—ความทะเยอทะยาน ความฝัน ความพยายาม และการบริหารชีวิตในเมืองที่ไม่เคยหลับ ถ้าคุณลองทำธุรกิจสักระบบแบบจริงจัง คุณจะเห็นเลยว่าเกมมันเปิดกว้างขึ้นแค่ไหน และความสนุกมันพุ่งขึ้นแบบไม่ต้องฝืนเลย และถ้าคุณอ่านจบแล้วอยากกดสำรวจความบันเทิงแบบลื่น ๆ ต่ออีกนิด ก็แวะ ทางเข้า UFABET ล่าสุด ได้ตามสะดวก—ขอให้คืนนี้คุณรวยแบบมาจิมะ บึกแบบคิริว และมีความสุขกับ ระบบทำเงินในเกม Yakuza 0 แบบหัวใจพอง ๆ จริง ๆ